ย้อนไทม์ไลน์โชเฟอร์รถ รักษาตัว 50 วัน ก่อนเสียชีวิตจาก โควิด รายที่ 2 ของไทย

ย้อนไทม์ไลน์โชเฟอร์รถ รักษาตัว 50 วัน ก่อนเสียชีวิตจาก โควิด รายที่ 2 ของไทย เผยรักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร ก่อนเสียชีวิตเพราะโควิค-19 ทำลายปอด

โควิด / กรณีกระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 อีก 1 รายอากรโคม่า เป็นชายอายุ 70 ปี ส่งต่อจากร.พ.เอกชน โดยมีการติดเชื้อวัณโรคจากเดิม

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊คนหนึ่ง ระบุว่า พ่อจากไปแล้ว เมื่อเวลา 18.10 น. ที่สถาบันบำราศนราดูร ผลสืบเนื่องจากโควิค-19 ที่ทำลาย ปอด เชื้อหายแต่อวัยวะไม่สามารถฟื้นกลับมา นับเป็นผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 รายที่ 2 ของประเทศไทยนั้น
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวมีอาชีพขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวชาวจีน เดิมรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนถูกส่งตัวมายังสถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 3 ก.พ. โดยไทม์ไลน์เมื่อย้อนไปพบว่าชายวัย 70 เข้ารับการรักษาตัวดังนี้

วันที่ 4 ก.พ. เข้ารับการรักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร อาการแรกรับรุนแรง ใส่ท่อช่วยหายใจ ผลวินิจฉัยเป็นการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และมีอาการของวัณโรคร่วมด้วย (มีการแถลงว่า พบผู้ป่วยเพิ่มในวันนี้จำนวน 6 ราย ผู้ป่วยสะสมที่ 25 ราย)

วันที่ 10 ก.พ. แพทย์รักษาด้วยการถ่ายน้ำเหลืองของเลือดในผู้ป่วยชาวไทย อาชีพขับรถแท็กซี่ที่หายดีแล้วให้แก่ผู้ป่วยรายนี้เป็นครั้งแรก

วันที่ 12 ก.พ. ผลจากการถ่ายน้ำเหลืองเลือดอาการยังทรงตัวและยังใกล้เคียงกับอาการเมื่อแรกรับ

วันที่ 28 ก.พ. ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แล้ว แต่อวัยวะบางส่วนเสียหาย

วันที่ 1 มี.ค. มีผู้ป่วยวิกฤตเสียชีวิตเป็นรายที่ 1 ในประเทศไทย

วันที่ 4 มี.ค. ผู้ป่วยยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการยังทรงตัว แพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

วันที่ 9 มี.ค. แพทย์เผยใช้ยาทุกชนิดที่สามารถหาได้ในการรักษาผู้ป่วย

วันที่ 23 มี.ค. ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลา 18.10 น.